แม่และเด็กวัยสองขวบอ่านหนังสือภาพสัตว์ร่วมกัน เด็กชี้ภาพเพื่อสื่อสารกับแม่

จัดทำโดย พญ.สิริน ปุญญโชติ (Dr. Sirin Poonyachoti)

ลูกชี้แก้วน้ำ จูงมือไปหาของเล่น แต่ยังไม่บอกความต้องการเป็นคำ เมื่อคนรอบตัวบอกว่า “เดี๋ยวก็พูดเอง” พ่อแม่จึงลังเลว่าจะรอต่อดีไหม

หากลูกอายุ 2 ขวบแล้วยังไม่พูดคำที่มีความหมาย หรือยังไม่เริ่มนำคำมารวมกัน ควรนัดประเมินพัฒนาการและการสื่อสาร ไม่จำเป็นต้องรอถึง 3 ขวบ การประเมินไม่ได้หมายความว่าเด็กต้องมีโรค และการพูดช้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นออทิสติก แต่ช่วยให้รู้ว่าลูกต้องการความช่วยเหลือด้านใด และควรติดตามอย่างไร ศิริราช: เมื่อลูกพูดช้า

เด็ก 2 ขวบควรสื่อสารได้อย่างไร?

แนวทางของ CDC ระบุว่าเด็กส่วนใหญ่เมื่ออายุ 2 ปีเริ่มพูดอย่างน้อยสองคำร่วมกัน เช่น “เอานม” หรือ “แม่มา” ชี้รูปในหนังสือเมื่อผู้ใหญ่ถาม และใช้ท่าทางสื่อสารหลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม รายการพัฒนาการเป็นแนวทางสังเกต ไม่ใช่แบบทดสอบที่ใช้วินิจฉัยเด็กด้วยตนเอง CDC: Milestones by 2 Years

อย่าดูแค่จำนวนคำ

ลองสังเกตว่า ลูกเข้าใจคำพูดง่าย ๆ หรือไม่ ใช้คำเพื่อขอของหรือเรียกคนได้ไหม และมีการชี้หรือใช้ท่าทางช่วยสื่อสารอย่างไร การท่องตัวเลขได้กับการใช้คำบอกความต้องการเป็นคนละด้านของการสื่อสาร แพทย์จึงดูทั้งความเข้าใจภาษา การแสดงออก และปฏิสัมพันธ์ ไม่ตัดสินจากคำศัพท์เพียงอย่างเดียว AAP: Language Delays in Toddlers

ลูกพูดช้าเกิดจากอะไรได้บ้าง?

เด็กอาจมีความล่าช้าเฉพาะด้านภาษา ปัญหาการได้ยิน หรือพัฒนาการด้านอื่นร่วมด้วย บางคนต้องประเมินการสื่อสารทางสังคมเพิ่มเติม รวมถึงออทิสติก จึงไม่ควรสรุปสาเหตุจากคลิปสั้น NIDCD: Speech and Language Developmental Milestones

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง พัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัย เพื่อสังเกตด้านอื่นประกอบ

สัญญาณแบบไหนควรแจ้งแพทย์?

นอกจากยังไม่ใช้คำหรือไม่เริ่มต่อคำ ควรบอกแพทย์หากลูกไม่ค่อยเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ไม่ค่อยชี้หรือแบ่งปันความสนใจ ไม่ตอบสนองต่อเสียงอย่างสม่ำเสมอ หรือมีข้อกังวลด้านการเล่นและพัฒนาการอื่น หากเคยพูดหรือใช้ทักษะได้แล้วกลับทำไม่ได้ ควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว ไม่รอดูเองหลายเดือน AAP: When milestones are delayed

หากยังกังวลก็ขอประเมินได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบทุกข้อ

ประเมินเด็กพูดช้า ต้องตรวจอะไรบ้าง?

1. ประวัติและพัฒนาการโดยรวม

เริ่มปรึกษากุมารแพทย์หรือแพทย์ที่ดูแลพัฒนาการเด็ก แพทย์จะถามประวัติสุขภาพ การเริ่มสื่อสาร และสิ่งที่ผู้เลี้ยงดูสังเกต ตรวจร่างกายและประเมินตามความเหมาะสม ไม่ใช่ให้เด็กสอบพูดผ่านหรือไม่ผ่านครั้งเดียว ศิริราช: การประเมินเมื่อสงสัยพูดช้า

2. การได้ยิน

การตรวจการได้ยินมักเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน เพราะปัญหาการได้ยินอาจกระทบการเรียนรู้ภาษา แพทย์จะพิจารณาการตรวจหรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญตามวัย การหันตามเสียงบางครั้งไม่ใช่เหตุผลที่จะตัดขั้นตอนนี้ทิ้ง NIDCD: การประเมินภาษาและการได้ยิน

3. ภาษา การเล่น และการสื่อสาร

นักแก้ไขการพูดอาจประเมินทั้งความเข้าใจภาษา การใช้คำ ท่าทาง และการเล่นร่วมกับข้อมูลจากครอบครัว ผลประเมินช่วยกำหนดว่าจะติดตามพร้อมแนะนำกิจกรรมที่บ้าน หรือควรรับการช่วยเหลือเฉพาะทาง ไม่มีแผนเดียวที่เหมาะกับเด็กทุกคน ASHA: Late Language Emergence

เตรียมอะไรไปพบแพทย์ให้คุยได้ตรงจุด?

จดตัวอย่างว่าลูกใช้คำอะไรเอง เข้าใจคำขออะไร และบอกความต้องการอย่างไร พร้อมภาษาที่ใช้ในบ้าน ประวัติการได้ยินหรือหูอักเสบ และข้อสังเกตจากผู้เลี้ยงดู

อาจเตรียมคลิปกิจกรรมตามธรรมชาติสั้น ๆ ให้ผู้เชี่ยวชาญดูเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องสั่งให้ลูกแสดงหรือโพสต์คลิปลงสื่อสังคมออนไลน์

ถามว่า “ควรตรวจการได้ยินไหม” “ช่วยที่บ้านอย่างไร” และ “ติดตามเมื่อไร ดูความก้าวหน้าอย่างไร” เพื่อมีแผนชัดเจน ไม่ใช่รอแบบไม่มีกำหนด

ระหว่างรอประเมิน เล่นคุยกับลูกอย่างไรโดยไม่กดดัน?

ใช้สิ่งที่ลูกสนใจเป็นจุดเริ่ม

นั่งใกล้ระดับสายตาและพูดถึงสิ่งที่ลูกทำ เช่น “รถไป” ตอนเข็นรถ ไม่ต้องถามชื่อสิ่งของหรือขอให้พูดตามตลอดเวลา

พูดสั้น ชัด และต่อยอดจากลูก

หากลูกพูดว่า “บอล” ผู้ใหญ่อาจตอบว่า “บอลกลิ้ง” หากลูกยังไม่พูด ให้ตอบรับการชี้หรือเสียงของเขาแล้วบอกคำที่เกี่ยวข้อง ไม่ตำหนิการออกเสียง และไม่งดอาหารหรือน้ำเพื่อบังคับให้พูด

อ่านภาพและเล่นผลัดกัน

เลือกหนังสือภาพให้ลูกชี้และฟังคำบรรยายสั้น ๆ สลับกับเกมผลัดกันกลิ้งบอลหรือป้อนตุ๊กตา ไม่ต้องเปลี่ยนทุกกิจกรรมเป็นการทดสอบคำศัพท์

เพิ่มบทสนทนาในชีวิตประจำวัน

ชวนคุยตอนแต่งตัว เก็บของ หรือกินข้าว เปิดโอกาสให้ลูกตอบด้วยคำ เสียง หรือท่าทาง ลดการเปิดหน้าจอเป็นพื้นหลังเพื่อมีพื้นที่ให้โต้ตอบกัน การเปิดวิดีโอสอนคำศัพท์ไม่ควรแทนการเล่นคุยกับคนจริง ๆ กิจกรรมเหล่านี้เป็นการสนับสนุน ไม่ใช่การทดแทนการประเมิน CDC: กิจกรรมส่งเสริมวัย 2 ปี, ศิริราช: ส่งเสริมภาษาในชีวิตประจำวัน

คำถามที่พ่อแม่พบบ่อย

ลูกพูดช้าเพราะเลี้ยงสองภาษาหรือเปล่า?

การเรียนมากกว่าหนึ่งภาษาไม่ได้ทำให้เกิดความผิดปกติทางภาษา พ่อแม่ใช้ภาษาที่ถนัดต่อได้ และควรแจ้งผู้ประเมินทุกภาษาที่ลูกใช้ ไม่ตัดสินจากภาษาเดียว ASHA: Learning More Than One Language

เด็กผู้ชายหรือมีคนในบ้านเคยพูดช้า รอก่อนได้ไหม?

ประวัติครอบครัวเป็นข้อมูลที่ควรแจ้ง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าลูกจะพูดตามวัยได้เอง ควรขอประเมินและตกลงแผนติดตาม ไม่ใช้เพศหรือประวัติญาติเป็นเหตุผลเลื่อนการนัด ASHA: การพิจารณาประวัติและติดตามพัฒนาการภาษา

เข้าใจทุกอย่าง แต่พูดน้อย ยังต้องประเมินไหม?

ควรปรึกษาหากกังวล แม้ความเข้าใจภาษาจะดูดี ผู้เชี่ยวชาญยังต้องดูการแสดงออกและการสื่อสารโดยรวม เด็กบางคนเหมาะกับการติดตามร่วมกับกิจกรรมที่บ้าน บางคนต้องการความช่วยเหลือเพิ่ม ไม่ควรเลือกแผนจากการสังเกตด้านเดียว ASHA: แนวทางช่วยเหลือเป็นรายบุคคล

ฝึกเองที่บ้านก่อน แล้วค่อยนัดได้ไหม?

เริ่มเล่นคุยกับลูกได้เลย พร้อมนัดประเมินไปด้วย ไม่จำเป็นต้องทดลองฝึกเองหลายเดือนก่อนขอคำปรึกษา การช่วยเร็วทำให้ครอบครัวมีแนวทางที่เหมาะสมขึ้น AAP: การช่วยเหลือเมื่อกังวลพัฒนาการภาษา

เริ่มต้นด้วยการเข้าใจลูก ไม่ใช่โทษใคร

หากกังวลเรื่องลูก 2 ขวบยังไม่พูด ติดต่อ Mind Journey Clinic เพื่อสอบถามแนวทางนัดปรึกษาและบริการที่เหมาะสม ดู บริการพัฒนาการ พูดช้า และการสื่อสารในเด็ก หรือ ติดต่อคลินิก การตรวจการได้ยินอาจต้องส่งต่อสถานพยาบาลที่มีบริการ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้วินิจฉัยหรือทดแทนการประเมินเด็กเป็นรายบุคคล